วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Hi! My dear, M.6 students.
 Please follow the steps below, for your 10 scores.
1.  Find the sweet song "I've been to paradise" on the right side.
     Listen to it by heart.( how many times, it's up to you )
2. Think and find out  :  what is it about?
3. Write your opinoin  in English  in the box "แสดงความคิดเห็น"  for  2 points  :
     3.1  What is  it about?
     3.2  Do you like it ? Why or why not?
4. Don't forget to write your name ,class,and number.

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

Let's write the story by creating your own idea ....( What are they doing? and what are they wearing ? etc. )

This is  a picture of my friends,
 my M. 4/1 students  and me.
 We are at school , Growing Rice
Activity, on Mother Day, 12th August 2011.
The boy who is standing on my left is Moss, he is .................................. and he is wearing ......................... ,..................,...............and ........................ The other boy who is .................... is .................... and he is wearing ............,....................,........ and ............  How  about   my friend, Mrs. Lek.What  is she doing and what is she wearing. The lovely one who is wearing
glasses is me! What am I doing ? and wearing?  

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มารู้จัก ดอกไม้ประจำชาติอาเช๊ยนกันเถอะค่ะ
National Flowers of 10 ASEAN Countries
                 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน บุปผาอันงดงามแห่งอาเซียนทั้ง 10 ประเทศที่ผลิดอก ออกใบ แตกกอ ต่อยอดวันแล้ววันเล่า นอกจากบ่งบอกเอกลักษณ์ความเป็นชาติแล้ว ยังอ้างอิงถึงภูมิศาสตร์ที่ตั้งถิ่นฐานของประเทศนั้นๆ อีกด้วย วันนี้ครูจุ๋มขอพาชมดอกไม้ของ 5 ประเทศก่อนนะคะ

                     1. Simpor is the national flower of Brunei ดอก Simpor (Dillenia suffruticosa) เป็นดอกไม้ที่มีกลีบดอกขนาดใหญ่สีเหลือง เมื่อบานเต็มที่กลีบดอกจะบานออกคล้ายกับร่ม รูปดอก Simpor พบได้ในธนบัตรราคา 1 ดอลลาร์ ของประเทศบรูไน ดารุสซาลาม และถูกใช้อย่างแพร่หลายในด้านศิลปะการออกแบบงานฝีมือพื้นเมือง ดอก Simpor พบทั่วไปตามแม่น้ำของประเทศบรูไน ดารุสซาลาม
                    2.Rumdul is the national flower of Cambodia ดอก Rumdul หรือ ดอกลำดวน เป็นดอกสีขาวเหลืองอยู่บนใบเดี่ยว มีกลิ่นหอมในเวลาค่ำ เนื่องจากกลิ่นหอมนี้เองทำให้ในอดีตมักเปรียบดอกลำดวนกับผู้หญิงเขมร ต้นลำดวนมีความสูง 8-12 เมตร พบได้ทั่วไปในประเทศกัมพูชา และนิยมปลูกในสวนสาธารณะ
                   3.Moon Orchid is the national flower of Indonesia. ดอก Moon Orchid หรือ กล้วยไม้ราตรี เป็นกล้วยไม้ในสายพันธุ์ Phalaenopsis amabilis ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซีย โดยดอกไม้ประจำชาติที่เหลือ คือ ดอก Jasmin-num sambac และดอก Rafflesia arnoldii ดอก Moon Orchid เป็นหนึ่งในบรรดาดอกกล้วยไม้ที่บานนานที่สุด โดยช่อดอกสามารถแตกกิ่งและอยู่ได้นานถึง 2-6 เดือน โดยปกติดอก Moon Orchid จะบาน 2-3 ครั้งต่อปี
                 4.Champa is the national flower of Laos. ดอก Champa หรือ ดอกลีลาวดี เป็นดอกไม้ประจำชาติ และเป็นสัญลักษณ์ของประเทศลาว มีกลิ่นหอม และมีหลายสี เช่น สีแดง สีเหลือง สีชมพู และโทนสีอ่อนต่างๆ ดอก Champa เป็นตัวแทนของความจริงใจ และความสุขในชีวิต จึงนิยมใช้ประดับในพิธีต่างๆ หรือทำเป็นพวงมาลัยเพื่อต้อนรับแขก ดอก Champa บานทุกวัน และอยู่ได้นาน จึงมักปลูกอย่างแพร่หลาย และเห็นได้ชัดเจนโดยเฉพาะในบริเวณวัด
                 5.Bunga raya is the national flower of Malaysia ดอก Bunga raya หรือ ดอกพู่ระหง เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศมาเลเซีย กลีบดอก 5 กลีบของดอก Bunga raya เป็นตัวแทน 5 หลักการแห่งความเป็นชาติของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นปรัชญาเพื่อเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นและความอดทนในชาติ ดอก Bunga raya พบได้ทั่วไปในประเทศมาเลเซีย และบางส่วนของต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์

วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

แผนการสอนทักษะอ่านบูรณาการทักษะคิด


แผนการสอนทักษะอ่านบูรณาการทักษะคิดเรื่อง “Who’s in Control : The Internet or you?
รายวิชา ภาษาอังกฤษ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
...วันหนึ่งเมื่อต้นปี 2552 ขณะกำลังจะหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน พลันสายตาของครูจุ๋ม ก็เหลือบไปเห็นข่าวเล็กๆ ที่สะกิดใจคนเป็นครูทุกคนไม่มากก็น้อย... กรอบข่าวเล็กๆ นั้น มีใจความว่า... นักเรียนวัยรุ่นหญิง ถูกล่อลวง จากการ chat ผ่านเน็ต เมื่อได้อ่านรายละเอียดของข่าว ก็พบว่า ปัญหาภัยสังคม ที่เกิดจากการไม่ใช้วิจารณญาณของวัยรุ่นในการใช้ อินเทอร์เน็ตนั้นมีมากมายหลายรูปแบบและมีมากขึ้นทุกวัน .. ได้การล่ะ.. เห็นที่จะต้องใช้สถานการณ์เช่นนี้สอดแทรกในการสอนอ่านภาษาอังกฤษของ นักเรียนของเราดีกว่า...

2 วันต่อมา... ครูจุ๋มได้ปรับเปลี่ยนแผนการสอนใหม่ โดย คัดเลือกบทอ่านประกอบแผนที่มีเนื้อหาสาระตรงใจวัยรุ่น แน่นอน เรื่องนั้นก็คือ “Who’s in Control : The Internet or you?”
ซึ่งมีเนื้อหาและโครงสร้างทางภาษาเหมาะสมกับหน่วยการเรียนรู้ที่ 2 Lifestyles ที่นักเรียนกำลังเรียนอยู่ในขณะนั้น จุดเด่นของแผนการสอนทักษะอ่านครั้งนี้คือ นอกจากการใช้ทักษะทางภาษาในการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษแล้ว ยังได้สอดแทรกสถานการณ์ให้นักเรียนได้คิดเปรียบเทียบ คิดวิเคราะห์ และคิดหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา
รวมทั้งการพัฒนาทักษะกระบวนการในการทำงานร่วมกับหมู่คณะ (group work)

ขั้นตอนของกิจกรรมการอ่าน-เขียนภาษาอังกฤษ และพัฒนาทักษะการคิด
“Think how the information in reading relates to you. It will make reading more fun.”
1. ขั้นก่อนอ่าน : ระดมสมองเกี่ยวกับการใช้ Internet เพื่ออะไรในชีวิตประจำวันนักเรียน
จากนั้นตอบคำถามก่อนอ่าน เกี่ยวกับการใช้ Internet ของตน
- Why do people use the Internet? Do you use the Internet? What do you do on the Internet?
2. ขั้นระหว่างอ่าน : ให้ความหมายคำศัพท์สำคัญที่พบในเรื่อง สรุปใจความสำคัญของเรื่อง
3. ขั้นหลังอ่าน : ตอบคำถามจากเรื่อง จากนั้นทั้งกลุ่มร่วมกันอภิปรายในหัวข้อที่กำหนดให้ ดังนี้
- จงบอกข้อดีและข้อเสียของการใช้ Internet “What do you think are the positives and negatives of the Internet?”
- จากสถานการณ์ในบทอ่าน ( พูดถึงอาการคนติด Internet – “Internet addict” ) นักเรียนมีความเห็นอย่างไร และมีแนวทางแก้ไขอย่างไร
- เชื่อมโยงสู่สถานการณ์ข่าวที่ครูพบ ( ครูเล่าเรื่องให้ฟัง) นักเรียนมีคำแนะนำแก่ วัยรุ่น เพื่อให้หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างไร

*ในระหว่างนักเรียนทำงานกลุ่มกันอยู่นั้น ... ครูจุ๋มแอบปลื้มใจว่า แผนการสอนอ่านครั้งนี้โดนใจจริง ๆ นอกจากจะได้พัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียนแล้ว ยังได้ให้แง่คิดดี ๆ ให้กับนักเรียนด้วยเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตด้วย ...


ผลงาน / ชิ้นงาน / กระบวนการที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมการอ่าน เรื่อง “Who’s in Control : The Internet or you?”
* คำศัพท์ใหม่และความหมาย
* ข้อความภาษาอังกฤษที่เขียนถึงข้อดีและข้อเสียของการใช้ Internet
* ข้อความภาษาอังกฤษที่แสดงความคิดเห็นและแนวทางการแก้ไขปัญหาใน
สถานการณ์ที่กำหนด

วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2554

หนึ่งแสนครูดี


ครูจุ๋มได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งในสิบเก้าของหนึ่งแสนครูดี ปี 54
โรงเรียนนวมินทราชูทิศ พายัพ

วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ครูจุ๋มได้อ่านพบข้อคิดดีๆ (จากคุณครูทัศนา พู่ทอง ) ที่อยากแบ่งปันให้คุณครูทุกท่านได้อ่านบ้าง คุณครูทุกท่านโปรดทราบ "เธอต่างหากที่สอนครู"

อ่านเรื่องของเท็ดดี้มาก็หลายครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ไม่เสียน้ำตา ทั้งๆที่มันก็ประโยคเดิมแทบทุกตัวอักษร (ขอคารวะผู้แปลเรื่องดีๆ เรื่องนี้เป็นคนแรก ณ วันนี้ เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องอมตะกรณีศึกษา (case study) ในวงการครูไปแล้วจริงๆ)
เพราะทุกครั้งที่จะมีการ"ตีราคา" นักเรียนดื้อๆ เกๆ แต่ละครั้ง เท็ดดี้ก็จะมาเตือนสติเราทันทีว่า "อย่านะ อย่าเพิ่งตีราคาติดฉลากเด็กคนนั้น ถ้าคุณครูยังไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดีเสียก่อน" มาอ่านเรื่องของเท็ดดี้กันอีกสักครั้งนะคะ
คุณครูทอมป์สันโกหกนักเรียนชั้น ป. 5 ของครูทั้งชั้นเสียแล้วตั้งแต่วันแรกเลยด้วย คุณครูบอกเขาว่าครูรักเด็กๆ เท่ากันหมดเลยแต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้... เพราะว่ามีเด็กตัวเล็กๆ ท่าทางขี้เกียจคนหนึ่ง ชื่อ เท็ดดี้ สต๊อดดารด์ ครูทอมป์สันได้จับตาดูเท็ดดี้มาปีนึงและ สังเกตว่าเขาไม่ค่อยเล่นดีๆ กับเด็กคนอื่นเท่าไหร่ เสื้อผ้าของเขาสกปรกและตัวเหม็นหึ่งอยู่ตลอดเวลาและบางทีเท็ดดี้ก็เกเรด้วยถึงขั้นที่ว่าครูทอมป์สันสนุกกับการตรวจงานของเท็ดดี้ ด้วยหมึกสีแดงกากบาทไปหนาๆ และใส่ตัว F ตัวใหญ่ๆ ลงไปบนหัวกระดาษ
ที่โรงเรียนที่คุณครูทอมป์สันสอน - - -คุณครูต้องทบทวนประวัติของเด็กแต่ละคนด้วยและครูก็ไม่ยอมตรวจประวัติของเท็ดดี้จนกระทั่งเหลือแฟ้มสุดท้ายแต่เมื่อคุณครูตรวจแฟ้มเข้า ครูทอมป์สันก็แปลกใจใหญ่เลย เมื่อพบว่า …. ครูชั้น ป. 1 ของเท็ดดี้วิจารณ์มาว่า"น้องเท็ดดี้เป็นเด็กที่ฉลาดและร่าเริง ทางานเรียบร้อย มารยาทดี เป็นเด็กที่ น่ารักมากทีเดียว"
คุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป. 2 เขียนว่า"เท็ดดี้เป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก เพื่อนๆ ชอบกันทุกคน แต่กาลังมีปัญหา เพราะแม่ของเท็ดกาลังป่วยหนักและชีวิตทางบ้านต้องลาบากมากแน่ๆ"
คุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป. 3 เขียนว่า"เขาเสียใจมากที่เสียแม่ไป เขาพยายามเต็มที่แล้ว แต่คุณพ่อก็ไม่ค่อยให้ความรัก ความสนใจเขาเท่าไหร่และชีวิตที่บ้านเขาต้องส่งผลกระทบต่อเขาแน่ๆ ถ้าไม่มีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ"
คุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป. 4 เขียนว่า"เท็ดดี้ไม่ยอมเข้าสังคมและไม่ค่อยสนใจการเรียนเท่าที่ควร ไม่ค่อยมีเพื่อน และหลับในห้องเรียน
ตอนนี้ คุณครูทอมป์สันรู้ถึงปัญหาแล้วและอับอายในการกระทาของตนเองมาก ครูรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิมอีกเมื่อนักเรียนในห้องซื้อของขวัญวันคริสต์มาสมาให้ห่อในกระดาษสีสดๆ พร้อมผูกโบว์อย่างดี ยกเว้นแต่ของเท็ดดี้ ของขวัญของเท็ดดี้ถูกห่ออย่างหยาบๆ ในกระดาษลูกฟูกหนาๆที่ได้มาจากถุงใส่กับข้าวง ครูทอมป์สันกัดฟันเปิดกล่องของเท็ดดี้ดูกลางกองของขวัญอื่น ๆ เด็กบางคนเริ่มหัวเราะเมื่อเห็นว่าเท็ดดี้ให้กำไลลูกปัดที่ไม่ครบเส้นและขวดน้าหอมที่เหลือน้าอยู่ก้นขวดแก่เธอ
แต่ครูก็หยุดเสียงหัวเราะของเด็ก ๆเมื่อครูเอ่ยขึ้นว่ากำไลเส้นนั้นสวยเพียงใดแล้วสวมมันไว้ที่ข้อมือ และฉีดน้าหอมไปบนข้อมือด้วย เท็ดดี้ สต๊อดดารด์ นิ่งอยู่นานพอที่จะพูดว่า "ครูทอมป์สันครับ วันนี้ครูตัวหอมเหมือนที่แม่ผมเคยหอมเลยครับ"
หลังจากที่นักเรียนทุกคนกลับบ้าน ครูทอมป์สันก็ร้องไห้อย่างนั้นเป็นชั่วโมง ... นับแต่วันนั้นคุณครูทอมป์สันเริ่มให้ความเอาใจใส่เท็ดดี้เป็นพิเศษเมื่อครูพยายามช่วยเขาจิตใจของเขาก็กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งยิ่งครูให้กาลังใจเท็ดดี้เท่าไหร่เขาก็ยิ่งตอบรับเร็วขึ้นเท่านั้น
ภายในสิ้นปีนั้น เท็ดดี้ได้กลายเป็นเด็กที่ฉลาดที่สุดในห้องและแม้ว่าคุณครูจะบอกว่าครูรักเด็กทุกคนเท่ากัน แต่เท็ดดี้ก็ได้กลายไปเป็น"ศิษย์โปรด" ของครู หนึ่งปีต่อมา คุณครูพบจดหมายอยู่ใต้ประตูจดหมายนั้นมาจากเท็ดดี้บอกครูว่าคุณครูยังเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี... หกปีต่อมาครูก็ได้จดหมายจากเท็ดดี้อีกบอกว่าเขาเรียนจบ ม.ปลายแล้วได้ที่สามในทั้งระดับ และคุณครูยังคงเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยเจอมาในชีวิต
สี่ปีหลังจากนั้น คุณครูก็ได้จดหมายอีกบอกว่าแม้ว่าชีวิตเขาจะลาบากบ้าง เขาก็ไม่ได้เลิกเรียนหนังสือและจะจบปริญญาตรีในเร็วๆ นี้ด้วยเกียรตินิยม อันดับหนึ่ง (เหรียญทอง) และยังย้ากับครูทอมป์สันว่าคุณครูเป็นครูที่ดีที่สุดและเป็นครูคนโปรดใน ชีวิตเขา จากนั้นสี่ปีผ่านไปแต่จดหมายอีกฉบับหนึ่งก็มาครั้งนี้เขาอธิบายว่าหลังจากที่เขาได้รับปริญญาตรีแล้ว เขาตัดสินใจที่จะเรียนต่ออีกนิดจดหมายนั้นอธิบายว่าคุณครูยังเป็นครูคนที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี แต่ตอนนี้ชื่อของเขายาวขึ้นอีกหน่อย จดหมายนั้นลงชื่อว่านพ. ทีโอดอร์ เอฟ สต๊อดดารด์ ...
เรื่องยังไม่จบแค่นี้นะ คือว่า ...ฤดูใบไม้ผลินั้นก็ยังมีจดหมายมาอีก เท็ดดี้บอกว่า เขาได้เจอสาวคนนึงและก็จะแต่งงานกันเขาอธิบายว่าพ่อของเขาได้เสียไปเมื่อสองสามปีก่อน และเขาสงสัยว่าคุณครูทอมป์สันจะตกลงมานั่งในที่นั่งสาหรับพ่อ-แม่เจ้าบ่าวในงานแต่งงานหรือไม่ แน่นอนที่สุด ครูทอมป์สันก็มา และทายสิว่าเกิดอะไรขึ้นคุณครูใส่กำไลข้อมือเส้นนั้น เส้นที่มีลูกปัดหายไปหลายลูกและต้องฉีดน้าหอมที่เท็ดดี้จาได้ว่าแม่เขาฉีดตอนที่ฉลองเทศกาลคริสต์มาสครั้งสุดท้ายด้วยกัน ครูกับศิษย์กอดกันกลมเลย และคุณหมอเท็ดก็กระซิบในหูคุณครูทอมป์สันว่า"ขอบคุณมากนะครับคุณครูที่เชื่อในตัวผมขอบคุณมากที่ทาให้ผมรู้สึกสาคัญและแสดงให้ผมเห็นว่าผมสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆได้"
ครูทอมป์สันกระซิบตอบพร้อมน้าตานองหน้าว่า"หมอเท็ด เธอเข้าใจผิดแล้วแหละเธอต่างหากที่สอนครูว่า ครูสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้ครูไม่รู้จักการสอนจนกระทั่งครูได้พบ ได้รู้จักเธอนั่นแหละ"